มีเม่ บอก :
เรื่องที่ 14 : แล้วเธอก็จะมีเงินไปซื้อของเล่นนะ" เด็กน้อยรู้สึกตื่นเต้น
เขาจึงรีบเก็บผลแอปเปิ้ลทั้งหมดเพื่อเอาไปขาย และก็จากไปด้วยสีหน้าที่มีความสุข
แล้วเขาก็ไม่เคยย้อนกลับมาหาต้นแอปเปิ้ลอีกเลย ปล่อยให้ต้นแอปเปิ้ลเสียใจ.........
จนวันหนึ่ง เด็กน้อยกลับมา ต้นแอปเปิ้ลดีใจมากที่ได้เจอเด็กน้อยอีก
ต้นแอปเปิ้ลจึงพูดว่า "เข้ามานี่สิ มาเล่นกับฉันเถอะ" เด็กน้อยตอบ
"ฉันไม่มีเวลาที่จะเล่นเพราะฉันมีงาน และก็ครอบครัวรอฉันอยู่"
"พวกเราต้องการสร้างบ้านเพื่อเป็นที่พักอาศัย ต้นแอปเปิ้ลช่วยฉันได้มั้ย" เด็กน้อยถาม
"เสียใจนะฉันไม่มีบ้านจะให้เธอแต่เธอสามารถตัดเอากิ่งของฉันไปสร้างบ้านได้
ต้นแอปเปิ้ลตอบเด็กน้อยจึงตัดเอากิ่งของต้นแอปเปิ้ลทั้งหมดไปสร้างบ้าน
ต้นแอปเปิ้ลดีใจที่เห็นเด็กน้อยจากไปอย่างมีความสุข
แต่เด็กน้อยก็ไม่เคยย้อนกลับมาหาต้นแอปเปิ้ลอีกเช่นเคย โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาและเศร้ใจ...........
จนกระทั้งวันหนึ่งของฤดูร้อน เด็กน้อยย้อนกลับมา ต้นแอปเปิ้ลดีใจเป็นอย่างมาก ต้นแอปเปิ้ลพูด "เข้ามานี่สิ
มาเล่นกับฉันเถอะ" เด็กน้อยตอบ "ฉันกำลังเศร้าแล้วฉันก็แก่แล้วด้วย
ฉันต้องการแล่นเรือเพื่อพักผ่อนตัวคนเดียว" เด็กน้อยถามต่อ
"ต้นแอปเปิ้ลมีเรือให้ฉันมั้ย" ต้นแอปเปิ้ลตอบ
"เธอสามารถตัดเอาลำต้นของฉันไปสร้างเรือได้นะ
แล้วเธอก็จะสามารถแล่นไปได้ไกลตามที่ใจเธอต้องการ"
เด็กน้อยจึงตัดเอาลำต้นของต้นแอปเปิ้ลไปสร้างเรือ
แล้วเขาก็จากไปอีกเช่นเคย......... เวลาผ่านไปหลายปี เด็กน้อยก็กลับมา
"เสียใจด้วยนะ เด็กน้อยของฉัน ฉันไม่เหลืออะไรจะที่จะให้เธอได้อีกแล้ว
"ฉันไม่มีผลแอปเปิ้ลให้เธอ ต้นแอปเปิ้ลกล่าวกับเด็กน้อย
"ฉันก็ไม่มีฟันที่จะสามารถกัดกินแอปเปิ้ลได้ เด็กน้อยตอบ
"ฉันไม่มีลำต้นที่จะให้เธอได้ปีนเล่นอีกแล้ว" ต้นแอปเปิ้ลพูด
ฉันในตอนนี้ก็แก่มากเกินกว่าที่จะปีนเล่นได้อีกเช่นกัน"
เด็กน้อยตอบ "ฉันไม่เหลืออะไรที่จะให้เธอได้อีกแล้วจริง แต่ฉันมีสิ่งสุดท้ายสิ่งหนึ่งที่ฉันจะมอบให้เธอ
นั่นคือรากไม้ของฉัน" ต้นแอปเปิ้ลกล่าวพร้อมทั้งน้ำตา
เด็กน้อยตอบ "ฉันไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี ฉันต้องการเพียงแค่ที่พักผ่อนเท่านั้น"
"ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา" "งั้นก็ดีแล้ว รากไม้แก่ๆ
จะเป็นสถานที่ให้เธอได้เอนกายแล้วพักผ่อนอย่างสงบ" "เข้ามาสิ เข้ามานั่งลงข้างๆฉัน
แล้วก็หลับตาซะเถอะนะ" ต้นแอปเปิ้ลกล่าว เด็กน้อยก้าวเข้ามานั่งอย่างว่านอนสอนง่าย
ต้นแอปเปิ้ลดีใจมาก แล้วยิ้มพร้อมทั้งน้ำตา...................... ต้นแอปเปิ้ลนั้นเปรียบเสมือนพ่อและแม่ของเรา
เมื่อเรายังเด็ก เราชอบที่จะเล่นกับพ่อและแมE แต่เมื่อเราโตขึ้นแล้วแยกตัวออกไป
ยามเดียวที่เราจะกลับมาหาท่าน เมื่อเราต้องการบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถหาเองได้
ก็จะกลับมาให้ท่านช่วย ไม่เคยมีคำว่า......ปฏิเสธ.....ออกมาจากปากของท่าน
ท่านมีแต่ให้.... ท่านสามารถให้ได้ทุกสิ่งเพื่อที่จะทำให้เรามีความสุข........
คุณอาจคิดว่าเด็กน้อยนั้นโหดร้ายกับต้นแอปเปิ้ล แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราปฏิบัติต่อพ่อแม่ของเราดังเช่นทุกวันนี้
ถ้าคุณมีเพื่อนที่คิดว่าคุณรักเค้ามากโปรดส่งเรื่องนี้ไปให้เค้าอ่าน เพื่อให้พวกเราทั้งหลายปฏิบัติต่อพ่อแม่ของพวกเรา ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่มากกว่านี้
เพราะเราไม่รู้ว่าท่านจะจากเราไปเมื่อไหร่....... ย้อนกลับไปอ่านอีกทีสิ.........(Embedded image moved to file:
เรื่องที่ 15 :ราคาเต็มของความรัก อ่านแล้ว...รู้สึกดีจัง ^_^
เจ้าเด็กชายตัวน้อยของเราเดินเข้าไปหาคุณแม่ในครัว หลังจากเช็ดมือ กับผ้ากันเปื้อนแล้วเธอก็ก้มลงอ่าน กระดาษที่ลูกชายยื่นให้ษ
- ค่าตัดหญ้า 5.00 บาท
- ค่าทำความสะอาดห้องผมอาทิตย์นี้ 1.00 บาท
- ค่าซื้อของของให้แม่ 2.50 บาท
- ค่าดูแลน้องชาย 2.50 บาท
- ค่าเอาขยะไปทิ้ง 1.00 บาท
- ค่าได้คะแนนดี 5.00 บาท
- ค่ากวาดสนาม 2.00 บาท
รวมค้างชำระ 19.00 บาท
เมื่อคุณแม่อ่านเสร็จแล้วก็หยิบปากกาขึ้นมา พลิกกระดาษไปด้านหลังแล้วเขียนว่า
- เก้าเดือนที่แม่อุ้มท้อง..ไม่คิดเงิน
- เวลาที่แม่พยาบาลลูก และสวดมนต์ให้ลูกไม่คิดเงิน
- ค่าที่ลูกทำให้แม่ต้องเสียน้ำตา..
- ไม่คิดเงิน ของเล่น อาหาร
- เสื้อผ้าพาเที่ยว...ไม่คิดเงิน
แม้แต่เช็ดน้ำมูกให้..ไม่คิดเงินหรอกจ้ะลูก เมื่อรวมทั้งหมดเป็นราคาเต็มของความรักไม่คิดเงินเหมือนกัน
เมื่อเด็กชายได้อ่านสิ่งที่คุณแม่เขียนไว้
น้ำตาหยดโตก็ไหลออกมา เขาสบตากับแม่แล้วจึงพูดว่า " แม่ครับผมรักแม่จริงๆ นะครับ"
แล้วเขาก็เอาปากกาเขียนหนังสือตัวโตว่า... จ่ายหมดแล้ว... แม่จ่ายหมด แล้ว แต่ลูกยังทอนให้ไม่หมด
เรื่องที่ 16 :From: "visit" <visit@asset.co.th>อย่าใส่กล้วยหอมไว้ในตู้เย็นนะครับ > >หลังจากอ่านบทความนี้จบ....ท่านจะมองกล้วยหอมในอีกแง ่มุมหนึ่งทันที > > > >กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส > >(sucrose, fructose and glucose) รวมทั้งเส้นใยอาหาร > >มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันทีเลยครับ > > > >เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที > >ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับ ..นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก > >(เคยเห็นในสนามเทนนิส....พอพักเบรคบางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ) > >ยังไม่หมดนะ....เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์ > >ป้องกันโรคภัยและภาวะต่าง ๆของร่างกายได้อีกด้วย...มาดูกันครับ > > > > > > > > > > > >ความเศร้าซึม > > > >จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม > >พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม > >เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง > >ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin > >สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น > > > > > >pms (premenstrual syndrome) > > > >สำหรับสุภาพสตรีแล้วก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย > >ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย..เช่ นปวดท้อง ปวดหัว...ฯลฯ > >รีบกินกล้วยหอมซะดี ๆ.....ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย.... > >มันสามารถป้องกันได้นะจ๊ะ........ > > > > > >โรคโลหิตจาง (Anemia) > > > >ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิ ต Hemoglobin > >(ฮีโมโกลบิน) > >ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้ > >แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอกนะ....ฮ่า... > >(โรคนี้ผมเป็นบ่อย ๆ.....หุ...หุ...) > > > > > >ความดันโลหิต (Blood Pressure) > > > >กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ > >เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration > >อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ ยงความดันได้จริง > > > > > >เสริมสร้างพลังสมอง (Brain Power) > > > >ที่อังกฤษในแค้วน Middlesex มีนักเรียนจำนวน 200 คนจาก Twickenham school > >อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กิตกล้วยหอมเป็นอาหารเช ้า > >รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น > >เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื ่นตัวอยู่เสมอ > > > > > > > > > > > >อาการท้องผูก (Constipation) > > > >เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี > > > > > >เมาค้าง (Hangovers) > > > >วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้ว ยหอมปั่น banana > >milkshake > >โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย > >(ฮ่า.....ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย......ต้องลองแน่ ๆ...) > >ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ > >ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด > >และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็ วขึ้น...... > > > > > >จุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn) > > > >กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่ > >ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว > > > > > > > > > > > >Morning Sickness > > > >ไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรดีนะ...อาการงี่เง่าตอนเช้าเช่ >นไม่อยากจะตื่นบ้าง...ฯลฯ > >ถ้าเรากินกล้วยหอมสักคำ 2 คำระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น > >มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าว ในตอนเช้าได้ > > > > > >บรรเทาแผลยุงกัด > > > >ก่อนที่จะใช้ยาทา > >ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด > >จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้.....คนส่วนใหญ่เป็นอย่าง นั้นจริง ๆ > > > > > >ระบบประสาท (Nerves) > > > >วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด. ...อ่อนล้าได้ > > > > > > > > > > > > > >อ้วนจากทำงานมากเกินไป > > > >ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า > >ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแล็ตและพวกโปเ ต้โต้ชิปส์มากเกินไป > >ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น > >จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็ก ๆน้อย ๆประมาณทุก ๆ 2 ชม. > >มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจ ุกจิก > > > > > >แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผ ล (Ulcers) > > > >สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เ ล็กดีขึ้น > >รวมทั้งกรดต่าง ๆที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะ > >ลดการเป็นแผลในกระเพาะได้ > > > > > >ปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย (Temperature Control) > > > >ในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรที่มีอากาศร้อน > >ผู้คนชอบกินกล้วยหอมดับร้อนกันครับและเชื่อว่ามันเป็ นผลไม้เย็นฉ่ำชนิดหนึ่ง > >อย่างเช่นในไทยมีความเชื่อกันว่าผู้หญิงท้องควรกินกล ้วยหอมเป็นประจำ > >เพื่อเด็กที่เกิดมาจะมีอารมณ์เยือกเย็นเช่นดังป๋าคูล เป็นต้น......so >cool.... > > > > > >ลดความอยากสูบบุหรี่ > > > >สำหรับท่านที่ต้องการเลิกบุหรี่ > >กล้วยหอมอาจช่วยท่านได้เพราะมีวิตามิน B6, B12 โปแตสเซียมและแม็กนีเซียม > >ที่มีอยู่มากจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสา รนิโคติน > > > >อ้างถึง: > > > >เห็นไหมครับว่ากล้วยหอมนั้นเป็นยอดผลไม้จริง ๆ > > > >เปรียบเทียบกับแอปเปิลแล้ว > >กล้วยหอมมีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า > >มีคาร์โบไฮเดรทมากกว่า 2 เท่า > >ฟอสฟลอรัสมากกว่า 3 เท่า > >วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า > >วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆมากกว่า 2 เท่า > >ดังนั้นจากที่ฝรั่งเคยพูดกันว่า > >"An apple a day keeps doctor away." > >ต่อไปคงจะต้องเปลี่ยนเป็น > >"A banana a day keeps doctor away." ซะแล้วมั๊ง..... > > > >ถ้ามันไม่ใช่เป็นการเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อโปรโมท พ่อค้ากล้วยหอมแล้ว > >ผมว่ากล้วยหอมเนี่ยมันแจ่มจริง ๆ.... > >ถ้าต่อไปมันแพงมากก็ไม่ต้องกินมันหรอกครับ > >(ผมว่ากล้วยน้ำว้าก็มีประโยชน์ต่อร่างกายมากนา.... > >กินมันทั้ง 2 อย่างแหละดีที่สุด) > > > >อ้อ...แถมท้ายอีกอย่างหนึ่งรองเท้าหนัง > >ถ้าอยากขัดให้มันวาวแบบเร็ว ๆ > >ก็เอาเปลือกกล้วยหอมด้านในถูรองเท้าไปเลย > >เสร็จแล้วเอาผ้าแห้งเช็ดขัดออก...รองเท้าจะมันแผล็บเ ลย....
เรื่องที่ 17 :การแต่งบ้านให้เป็นมงคล ของแต่งบ้านบันดาลโชค (เป็นศิริมงคล)
1.ส้ม เป็นรูปภาพก็ได้ หรือผลไม้เหมือนจริงมาใส่ตะกร้าบนโต๊ะในห้องรับแขกจะให้โชคลาภ
2.ทับทิม ควรปลูกไว้หน้าบ้านจะได้ลูกหลานที่ดี และไม่มีภัย
3.โต๊ะต่าง ๆ ภายในบ้าน ควรจะเลือกเป็นทรงกลม หรือแปดเหลี่ยม ถ้าเป็นสี่เหลี่ยมมุมโต๊ะควร เป็น มน ๆ จะเสริมมงคลให้แก่บ้าน
สามารถขจัดพลังชั่วร้าย และดึงดูดเอาความเจริญเข้าสู่บ้าน
4.ของแต่งบ้านรูปหมู เป็นสัญลักษณ์ของโชคและความอุดมสมบูรณ์
5.ช้าง เป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญาและโชค ควรตั้งช้างไว้ในห้องรับแขก ห้ามตั้งช้างหันหน้าออกสู่หน้าประตูเด็ดขาด จะทำให้ครอบครัววุ่นวายมีแต่เรื่องขัดแย้ง
6.พัด การนำพัดมาตกแต่งบ้านจะช่วยบันดาลให้คุณและคนในครอบครัวประสบความร่มเย็น เป็นสุข และมักได้ข่าวดีอยู่เสมอ
7.เต่า ควรตั้งตุ๊กตา หรือรูปปั้นเต่าไว้ในห้องนั่งเล่นหรือมุมใดในบ้านก็ได้จะทำให้คนในบ้านสุขภาพดีอายุยืน ยกเว้นห้องทำงาน
8.ไก่ ตุ๊กตาหรือรูปปั้นวัสดุใดก็ได้ล้วนแต่เป็นสิริมงคลต่อบ้านในทางเรียกโชคลาภเงินทอง
9.การแต่งบ้านด้วยเครื่องปั้นดินเผาไม่ว่าจะเป็นรูปใดจะทำให้คนในบ้านมีฐานะการเงินที่มั่นคง
ของแต่งบ้านที่ไม่เป็นมงคล
1.งู ไม่ควรนำมาแต่งบ้านเพราะงูเป็นสัญลักษณ์ของความอาฆาตซึ่งส่งผลให้หมกมุ่นอยู่กับอารมณ์โกรธ และยังเป็นเครื่องหมายของตัณหาราคะคนในบ้าน
จะฝักใฝ่แต่เรื่องโลกีย์
2.นาฬิกาทราย จะมีผลทำให้ คนในบ้านต้องเหนื่อยกับภารกิจใดๆ ก็ตามที่ต้องทำอย่างรีบเร่งจนไม่มีเวลา พักผ่อนอย่างสุขสบายเลย
3.หมี เป็นสัตว์น่ารักแต่จะทำให้คนในบ้านพลาดท่าเสียทีผู้อื่นเพราะไม่ทันคน
4.ม้าลาย ถ้านำมาแต่งบ้านคนในบ้านจะมีแต่เรื่องแตกแยกกันเสมอไม่มีโชคลาภเข้าสู่บ้าน
5.จระเข้ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์เพทุบาย จะทำให้อับโชค และมีคนคอยคิดมุ่งร้าย ต่อคุณ และคนในครอบครัว
6.หนู ความหมายไม่เป็นมงคล จะทำให้ถูกหักหลังหรือถูกเอาเปรียบ
7.แมว หมายถึงแมวที่ไร้ชีวิตถ้านำมาแต่งบ้านจะก่อให้เกิดการหลอกลวงจากคนนอกมาฉกฉวยโอกาสหาผลประโยชน์
เรื่องที่ 17 : ลองดูรูปข้างล่างนี้ คุณจะเห็นคนขี้โกรธอยู่ด้านซ้าย และคนใจดีอยู่ทางด้านขวา
ลุกขึ้นสิ แล้วถอยหลังมาสัก 12 ฟุตแล้วคุณก็จะเห็นว่า รูปภาพสลับที่กันแล้ว
คิดว่าภาพนี้สร้างขึ้น โดยPhillippe G.Schyns and Aude Oliva แห่งมหาวิทยาลัยกลาสโกลว์
ภาพนี้ทำให้เรารู้ว่าบางทีสิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นอยู่ก็ได้ ทุกครั้งที่เราเห็นคนหน้าบึ้ง แล้วไม่ชอบ อย่าลืมนึกถึงภาพนี้ เขาอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ ยังไงก็ขอให้ยิ้มไว้ก่อน ความงามอยู่ในใจของผู้มอง ไม่ใช่อยู่ในภาพที่เห็น
เรื่องที่ 18 :
